ดาวโจนส์ร่วงหนัก จากแรงขายหุ้นเทคโนฯ วิตกข้อพิพาทจีน-สหรัฐ

ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (8 ก.ย.) ดาวโจนส์ร่วงหนัก ขณะที่ ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกระหน่ำขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวล เกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะลดระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐและจีน พร้อมกับขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีบริษัทสหรัฐที่ออกไปสร้างงานในจีนและประเทศอื่นๆ

ดาวโจนส์ร่วงหนัก จากแรงขายหุ้นเทคโนฯ วิตกข้อพิพาทจีน-สหรัฐ

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาท ระหว่างสหรัฐและจีน ได้สร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขาย ในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ หลังจากปธน.ทรัมป์แถลงต่อผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ ว่าเขาจะลดระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ระหว่างสหรัฐและจีน พร้อมกับขู่ว่าจะใช้มาตรการลงโทษ บริษัทของสหรัฐที่ไปสร้างงานในต่างประเทศ และจะกีดกันบริษัทที่เข้าไปลงทุนในประเทศจีน ไม่ให้ได้รับสัญญาทางธุรกิจกับรัฐบาลกลางสหรัฐ

ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เราจะผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ที่ใช้ในด้านการผลิตภายในประเทศของเรา เราจะให้เครดิตภาษีแก่สินค้าที่ตีตรา ‘Made in America’ และเราจะนำตำแหน่งงานกลับคืนสู่สหรัฐ ขณะเดียวกัน เราจะเรียกเก็บภาษีบริษัทที่ออกไปสร้างงานในจีนและในประเทศอื่นๆ หากบริษัทเหล่านี้ ไม่สามารถทำธุรกิจในสหรัฐได้ ก็ปล่อยให้พวกเขาเสียภาษีก้อนใหญ่ เพื่อจะออกไปสร้างงานในต่างประเทศ และส่งสินค้ากลับมาขายในประเทศเรา”

ส่งผลให้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 27,500.89 จุด ลดลง 632.42 จุด หรือ -2.25% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,331.84 จุด ลดลง 95.12 จุด หรือ -2.78% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,847.69 จุด ลดลง 465.44 จุด หรือ -4.11%

ทางด้านจีนได้ออกมาเคลื่อนไหวในเวลาต่อมา ด้วยการนำเสนอแผน “Global Initiative on Data Security” ในที่ประชุม “International Seminar on Global Digital Governance” ซึ่งจัดขึ้นผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า บริษัทเทคโนโลยี ควรปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของประเทศ ที่บริษัทนั้นๆดำเนินธุรกิจอยู่ ขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆ ก็ไม่ควรเรียกร้องให้บริษัทภายในประเทศ ทำการเก็บข้อมูลของประเทศอื่นๆ พร้อมกับย้ำว่า ผู้จัดหาผลิตภัณฑ์และการบริการ ICT ไม่ควรติดตั้ง ระบบแบ็คดอร์ ในผลิตภัณฑ์และการบริการเหล่านี้ เพียงเพื่อให้ได้ข้อมูลของผู้ใช้งานอย่างผิดกฎหมาย

หุ้นกลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ร่วงลงทุกกลุ่ม นำโดยดัชนี

1.หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ร่วงลง 4.9% เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเทขายอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่สูงเกินไป หุ้นไมโครซอฟท์ ร่วงลง 5.41% หุ้นแอปเปิล ดิ่งลง 6.73% หุ้นเฟซบุ๊ก ร่วงลง 4.09% หุ้นอัลฟาเบท ร่วงลง 3.64% หุ้นแอมะซอนดอทคอม ดิ่งลง 4.39%

2.หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปร่วงลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลต่อรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐอาจขึ้นบัญชีดำบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง อินเตอร์เนชันแนล คอร์ปอเรชัน (SMIC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปชั้นนำของจีน โดยหุ้น Nvidia ดิ่งลง 5.62% หุ้นอินเทล ร่วงลง 2.34% หุ้นแลม รีเสิร์ช ทรุดลง 9.13% หุ้นแอพพลายด์ มาเทเรียลส์ ดิ่งลง 8.74

3.หุ้นเทสลา ทรุดตัวลง 21.06% หลังจากบริษัท S&P Dow Jones Indices LLC ทำการปรับน้ำหนักหุ้นในดัชนี S&P500 โดยไม่ได้นำหุ้นเทสลาเข้าคำนวณในดัชนีดังกล่าว
ซึ่งผิดไปจากที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าหุ้นเทสลาจะได้รับการคำนวณอยู่ในดัชนี S&P500 หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา

4.หุ้นกลุ่มพลังงาน ร่วงลงหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งหลุดจากระดับ 37 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล ร่วงลง 2.30% หุ้นเชฟรอน ดิ่งลง 3.61% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ร่วงลง 7.38% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม ทรุดลง 9.71%

5.หุ้นเจพีมอร์แกน เชส ร่วงลง 3.48% หลังมีรายงานว่า เจพีมอร์แกนกำลังตรวจสอบพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเงินกองทุนเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ไปใช้ในทางมิชอบ ขณะที่หุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มธนาคารร่วงลงตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ร่วงลง 4.08% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ดิ่งลง 3.99% หุ้นซิตี้กรุ๊ป ร่วงลง 2.82%

6. หุ้นเจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ผู้ผลิตรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ พุ่งขึ้น 7.93% หลังจากจีเอ็มประกาศแผนซื้อหุ้นของบริษัทนิโคลา คอร์ป ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถบรรทุกไฟฟ้าของสหรัฐ โดยจะซื้อหุ้นในสัดส่วน 11% คิดเป็นวงเงินราว 2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาหุ้นนิโคลาปิดตลาดทะยานขึ้น 40.79%

นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนก.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนส.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนก.ค. และอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค.

ส่งผลให้การลงทุนเสี่ยงโชค หวยหุ้นดาวโจนส์ ในขณะนี้ยังมีการผันผวน และยังคงรอจังหวะของผู้นำประเทศ อย่าง ปธน.ทรัมป์ เกี่ยวกับการลดระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ระหว่างสหรัฐและจีน พร้อมขู่จะใช้มาตรการลงโทษ บริษัทที่ไปสร้างงานในต่างประเทศ และจะกีดกันสัญญากับรัฐบาลกลางสหรัฐ ซื้อหวยออนไลน์ ง่ายๆกับ ผู้ให้บริการรับซื้อหวยออนไลน์ อย่าง LOTTODUCK กับทีมงานคุณภาพ ที่คอยดูแลทุกท่านตลอด 24 ชั่วโมง

LOTTODUCK ขอขอบคุณข้อมูลจาก RYT9